ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา

ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ตำนานนักฟุตบอลที่คุณต้องจดจำ

ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ประวัตินักบอลสุดแกร่งDidier Yves Drogba Tébily

ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา เขาคือดาวยิงระดับHERO ขวัญใจตลอดกาล และเป็นเหมือนตัวแทนฝันร้าย ของกองหลังทุกคนที่ต้องเผชิญหน้าด้วยในสนาม ด้วยความแข็งแกร่งตามสไตล์นักฟุตบอลที่ถือกำเนิด บนแผ่นดินทวีปแอฟริกัน ความน่าเกรงขามของเขานั้น โดดเด่นและน่าทึ่งอย่างที่สุด ในเกมฟุตบอลสมัยใหม่ แต่ที่หน้าทึ่งและหน้าสนใจ ไม่แพ้ลีลาการเตะของเขา นั่นก็คือเรื่องราวชีวิตของเขา ที่ก้าวผ่านอุปสรรคมาได้

จนมีสถานะที่เป็นมากกว่าแค่เพียงนักฟุตบอลธรรมดาคนหนึ่ง ในปี 1987 ที่เมืองหลวงABIDJANในประเทศโกตดิวัวร์ คู่รักหนุ่มสาวออลแบร์และโกติวดร็อกบา ซึ่งประกอบอาชีพ เป็นพนักงานธนาคารทั้งคู่ ได้ให้กำเนิดพยานรักขึ้นมา และตั้งชื่อเด็กน้อยคนนั้นว่า ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา

ถือเป็นนิมิตหมายอันดีครับ เพราะในช่วงเวลานั้น เมืองABIDJAN ถือเป็นเมืองหลวงที่ทันสมัยที่สุดของประเทศ ด้วยความมั่งคั่งและปลอดภัยที่สุด ในทวีปมีถนนซูปเปอร์ไฮเวย์ ตึกสูงระฟ้าเต็มไปหมด พวกเขาก็เหมือนกับพ่อแม่คนอื่นๆ

ที่ตั้งความหวังไว้ให้กับลูกชายของครอบครัว ว่าอยากจะให้โตมามีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี และพบเจอกับสังคมที่จะทำให้อนาคตของลูกชายนั้นดีกว่าตนเอง แต่น่าเสียดายครับเพราะหลังจากที่ดร็อคบารจะได้เพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น สวรรค์บนดินอย่างโกติวัวก็แปรเปลี่ยนเป็นฝันร้ายครับ

ด้วยมรสุมทางด้านเศรษฐกิจระดับประเทศ ในต้นยุค 1980 พี่เศรษฐกิจได้รุมโจมตีประเทศโกติวัวเป็นอย่างหนัก จากการที่สินค้าส่งออกขึ้นชื่ออย่างโกโก้และกาแฟ ต้องราคาตกบวกรวมเข้ากับปัญหาภายในประเทศที่ถาโถม

ทำให้ประชาชนทุกคนต้องได้รับผลกระทบกันทุกครัวเรือน ครอบครัวของดร็อกบาก็หลีกหนีไม่พ้นเช่นกันครับ พ่อแม่ของเขาตกอยู่ในสถานะกล้ำกลืนฝืนทน จากเรื่องราวดังกล่าว และคิดหาหนทาง ที่จะทำให้ลูกชายของเขาได้รับการศึกษา

และสภาพความเป็นอยู่ในสังคมที่ดีกว่า พวกเขาจึงจำใจต้องส่งดิดิเย่ร์ ดร็อกบาให้จากไป ด้วยความที่ดอกบานนั้นชื่นชอบและหลงใหลและชื่นชอบฟุตบอล มาตั้งแต่เขายังเดินได้ และถือเป็นเด็กที่เล่นฟุตบอลได้เก่งพอสมควรครับ

พ่อแม่จึงเล็งเห็นว่าคงไม่มีที่ไหนที่จะเหมาะกับลูกชายของตนมากกว่า การส่งเขาให้ไปอยู่กับมิเชลโกบา คุณลุงของดร็อกบาที่ มีอาชีพเป็นนักฟุตบอลในประเทศฝรั่งเศส ในวัยเพียง 5 ขวบเท่านั้นครับ ที่ดร็อกบา ต้องแบกกระเป๋าสัมภาระขึ้นเครื่องบินเพียงลำพัง ลัดฟ้า

ข้ามทวีปมาเป็นระยะทางไกล มุ่งสู่อนาคตที่ไม่รู้ว่าจะออกหน้าไหนที่ฝรั่งเศส โดยทิ้งคราบน้ำตาของพ่อแม่และตนเองเอาไว้เบื้องหลัง แม้จะมีสถานะเป็นนักฟุตบอลแต่ความจริงก็คือ มิเชลโกบา เป็นแค่นักฟุตบอลของทีมในลีกระดับล่าง ๆ เท่านั้น

และซัดเซพเนจร ไปท้าแข่งกับทีมนั้นทีมนี้ ไม่ได้ปักหลักกับทีมไหนได้นาน และสำหรับเด็ก 5 ขวบที่ต้องมาเผชิญหน้ากับสภาพแวดล้อมที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงจากบ้านเกิด มันทำให้เขาแทบช็อกเอาได้เลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งความหนาวเข้าขั้วในฤดูหนาว

ที่เล่นงานเด็กน้อยอย่างดร็อกบา ที่มาจากทวีปเขตร้อนซึ่งเขาได้กล่าวถึงวันเวลาเหล่านั้นว่า แน่นอนว่ามันยาก แต่การอาศัยอยู่กับลุงได้ทำให้ผม ได้แข็งแกร่งมากขึ้นในเรื่องชีวิตและฟุตบอล มันสร้างให้ผมเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว อาจจะเป็นเพราะนี้แหละครับ

ที่ทำให้เราได้เห็นว่าดีดิดิเย่ร์ดร็อกบา นั้นแข็งแกร่งแค่ไหน ยามที่ลงเล่นในสนามหญ้าสีเขียว และเขาเป็นเด็กที่มุ่งมั่นและอดทนต่อการปรับตัวทุกรูปแบบ จากวันแรกที่ดร็อกบาจรดปลายเท้าลงสู่แผ่นดินฝรั่งเศส จนกระทั่งสามปีต่อมาในวัย 8 ขวบเขาต้อง

ย้ายที่อยู่อาศัยตามก คุณลุง ที่ย้ายทีมอยู่บ่อยครั้ง อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมลุงต้องทำอะไรเช่นนี้ เพื่อแลกกับเงินหยิบมือเดียวด้วย แต่แล้วนะครับมันก็ถึงเวลาเสียทีที่เขา จะได้กลับบ้านไปเจอหน้าพ่อแม่ที่ไม่ได้พบกันนานถึง 3 ปีครับ ดร็อกบา เดินกลับโกติวัวอีกครั้งหนึ่ง

เพื่อใช้ชีวิตในวัยเด็กของตนเอง แต่นั่นมันคือจุดเปลี่ยนของชีวิตที่ทำให้ ดร็อกบา เติบโตขึ้นทันทีครับ เพราะสิ่งที่เขาพบเจอมาตลอด 3 ปี ที่บ้านก็คือ พ่อแม่ซึ่งเคยเป็นพนักงานธนาคารนั้นตอนนี้เขากลับตกงานไม่มีรายได้

จากปัญหาเรื้อรังในระดับประเทศทั้งเศรษฐกิจตกต่ำสังคมที่ล้มเหลว และการเมืองภายในที่เน่าเฟะแบ่งฝักแบ่งฝ่าย คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ประชาชนตาดำๆในระดับฐานรากหญ้า ต้องได้รับผลกระทบ และความยากลำบาก ของที่น้องชาวโกติวัวที่อยู่ในระดับรากหญ้านั้น

ก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของกลุ่มก้อนนักการเมืองที่เอาแต่ทะเลาะกันเลย ดิดิเยร์ดร็อกบา ในวัย 11 ขวบ เลือกอีกครั้งว่าจะเอายังไงดีกับชีวิต สายตาของเขาผ่านการมองเห็นโลกมามากเกินวัย และเขาเลือกที่จะกลับไปยังฝรั่งเศสอีกครั้งหนึ่ง มาอยู่กับคุณลุงของเขาที่ในเวลานั้นกำลัง

ท้าแข้งอยู่กับสโมสรดันเคิร์ก ทีมเล็ก ๆ ในเมืองห่างไกลความเจริญของฝรั่งเศส แต่ที่นั่นเองครับที่เป็นจุดเริ่มต้นของสุดยอดดาวยิงระดับโลกอย่างดร็อกบา มิเชลโกบานั้นได้พาหลานชายของตนเองเข้าสู่ทีมเยาวชนของสโมสร โดยในตอนแรกนะครับ

โค้ชกลับเอาดร็อกบาไปเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้าย เนื่องด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ แต่เมื่อมิเชลโกบารู้เข้า จึงใช้สิทธิ์ในการเป็นนักฟุตบอลทีมชุดใหญ่ ได้สั่งโค้ชว่า ไม่ไม่หลานของผมต้องเล่นศูนย์หน้าเหมือนกับผมเท่านั้น

หากจะบอกว่า ลุงมิเชลคือคุณครูที่สอนฟุตบอลให้กับเขาก็คงไม่ผิดนักครับ ขอคืนแล้วคืนเล่าที่ลุงกับหลานจะนั่งดูเกมฟุตบอลและ และศึกษาวิธีการเล่นทั้งหลาย จากกองหน้า คนอื่น ๆ อยู่เสมอ มันเปรียบกับตำราเรียนเล่มแรกของบล็อกบาร์ครับที่ไม่ใช่ ตำราวิชาการใด ๆ

แต่มันคือตำราลูกหนัง ผมบอกหลานชายผมว่าให้ตั้งใจและเฝ้าดู จดจำทิศทางการวิ่งของกองหน้าให้ขึ้นใจจุดเปลี่ยนต่อมาในชีวิตของดร็อกบานะครับ เกิดขึ้นในช่วงต้นยุค 1990 ในเวลานั้นนะครับ ในช่วงบั้นปลายชีวิตของมิเชลโกบา

แต่เหตุการณ์สำคัญนั้นเกิดขึ้นในประเทศโกตดิวัวร์บ้านเกิด ที่มีการชุมนุมและประท้วงเกิดขึ้นจากประชาชน ที่ไม่พอใจรัฐบาลและความเป็นไปของประเทศ จนทำให้เกิดปัญหาที่รุนแรงและบานปลาย ซึ่งกินเวลา ยาวนานข้ามปีครับ

สุดท้ายการประท้วงก้าวไปสู่ความโกลาหล คุณพ่อและคุณแม่ของดร็อกบาจึงจำใจต้องจากบ้านเกิดออกมา และมาใช้ชีวิตอยู่ในฝรั่งเศสกับลูกชายของตน เป็นช่วงเวลาประจวบเหมาะในชีวิตของดร็อกบาครับ ที่ผลการเรียนในเวลานั้นกำลังตกต่ำ

จากการสอบตกแล้วต้องเรียนซ้ำชั้น 1 ปี การมาถึงของพ่อแม่ถือเป็นกำลังใจที่ดีครับ ให้กับดร็อกบาได้เดินหน้าสู้ต่อ เอาเข้าจริงๆนะครับดร็อกบาไม่ใช่เด็กเกเรอะไรครับ แต่เพราะเหตุผลที่ ต้องย้ายตามลุงไปที่นั่นที่นี่ ก็ทำให้เขาต้องย้ายโรงเรียนอยู่บ่อยครั้ง

ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา

สุดท้ายเขาจึงเรียนไม่ทันเพื่อนนั้นเองครับ ผมเรียนไม่ทันแล้วสอบตก ผม เลยต้องอดเล่นฟุตบอลนานหนึ่งปี ผมมันแย่มากจริง ๆ ครับ เพราะฟุตบอล ทั้งหมดที่ผมต้องการก็คือการเล่นฟุตบอล พ่อแม่ ก็เห็นผมเอาแต่เล่นฟุตบอลพวกท่านจึงคิดว่า ฟุตบอลเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเรียนแย่

ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา

ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา จุดเปลี่ยนในชีวิต ที่แสดงให้เห็นว่า เขานั้นรักในฟุตบอลอย่างแท้จริง

นับเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากใจมากจริง ๆ ครับในตอนนั้น น่าทึ่งนะครับที่ในช่วงวัยรุ่น อายุ 14-15 ปีขณะที่นักฟุตบอลซึ่งมีแววส่วนใหญ่ จะเริ่มตกเป็นเป้าหมายของสโมสรต่าง ๆ แต่ทว่าดร็อกบาไม่มีสิ่งเหล่านั้นครับ เพราะพ่อแม่เห็นว่าฟุตบอลอาจจะทำลายอนาคตของเขาได้ พ่อแม่ของดร็อกบาไม่ผิดอะไรหรอกครับ เพราะมัน เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ที่อยากจะให้ลูกชายตนนั้นตั้งใจเรียนมากกว่าเพราะการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ

พวกเขาจึงห้ามดร็อกบาไม่ให้เล่นฟุตบอลนานถึง 1 ปี น้าส่งไปอยู่บ้านญาติคนหนึ่งแถว ๆ ภาคกลางของประเทศฝรั่งเศส พร้อมกับกำชับให้ดร็อกบา นั้นตั้งหน้าตั้งตาเล่าเรียนอย่างเดียว หลังจากนั้น 1 ปีครับดร็อกบาจึงได้ย้ายเข้ากลับมาอยู่กับพ่อแม่และพี่น้อง 6 คนของตนเอง

ในแฟลตแห่งหนึ่ง ห่างจากกรุงปารีสประมาณ 7 ไมล์ ซึ่ง ซึ่งที่นี่ล่ะครับดร็อกบาในวัย 15 ปี มักจะ นำลูกฟุตบอลลงมาเตะเล่นใต้ถุนแฟลตอยู่เสมอ และเขาเองก็มีแววที่จะก้าวไปเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ ตามรอยเท้าของลุงได้ไม่ยาก https://line.me/ti/p/[email protected]

ตอนผมเล่นฟุตบอลที่ใต้ถุนแฟลตมักจะมี กลุ่มผู้ชาย ยืมจูงหมารอท่าอยู่แล้วบอกผมว่า ถ้าแกไม่หยุดเล่นฟุตบอลฉันจะปล่อยหมาไปกัดแก้เดี๋ยวนี้แหละ ผมเข้าใจน เพราะตอนนั้นมันได้สร้างความรำคาญให้กับพวกเขาจริง ๆ นั่นแหละ

โชคดีนะครับที่เขาไม่ต้องถูกหมากัด แล้วก็เป็นโชคดีของวงการฟุตบอล เพราะหลังจากนั้นนะครับ เขาก็ได้เริ่มต้นบนเส้นทางฟุตบอลอย่างจริงจัง กับสโมสรเลอม็องแต่ใช่ว่าอะไรจะง่ายครับ ท่อใน 2 ปีแรกดร็อกบานั้น หมดเวลาส่วนใหญ่ไปกับการรักษาอาการบาดเจ็บซะมากกว่า

จนกระทั่งอายุ 21 ปีนั่นแหละครับ ถึงจะได้โอกาสในการลงสนามแบบจริง ๆ จัง ๆ โดยได้ลงเล่นเป็นตัวหลักของสโมสรและเขาซัดไปถึง 7 ประตู ถ้าเขาก็ต้องมารับบาดเจ็บอีกครั้งครับใน Season ถัดมา จนแทบไม่ได้ลงสนามเลยแต่เมื่อหายเจ็บ เขาก็สู้จนกลับมายึดตัวจริงคืนจนได้

และคราวนี้นะครับมีสโมสรจากลีกเอิง ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อซื้อตัวเขาไปร่วมทีม โดยเป็นสโมสรGUNINGAMPที่นำตัวเขาไปเจียระไนต่อ จนชื่อเสียงของดร็อกบานั้น เริ่มเลื่องลือในวงการฟุตบอลฝรั่งเศส จากผลงานที่เขาทำให้ทีมไปถึง 17 ประตู กอนซาโล่ อิกวาอิน

จนอยู่ในอันดับที่ 3 ของดาวซัลโวประจำลีก สุดท้ายกลายเป็นโอลิมปิกMARSEILLEที่สวมบทเสือปืนไว รีบคว้าตัวดร็อกบาไปร่วมทีมอย่างรวดเร็วในปี 2003 ชีวิตของดร็อกบาในช่วงนั้นนะครับ เรียกได้ว่าก้าวไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วเป็นอย่างมาก เพราะด้วยผลงานอันร้อนแรงในสีเสื้อของMARSEILLE ในฤดูกาล 2003-2004 ที่เขาจัดการลั่นไกไปถึง 32 ประตู