ทีมแมนยู

ทีมแมนยู เรื่องราวเกี่ยวกับสโมสร แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้กัน

ทีมแมนยู ประวัติความเป็นมาของ สโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มีความเป็นมาอย่างไร ?

ทีมแมนยู เดิมทีนั้นสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้มีชื่อนี้ มาตั้งแต่แรก พึ่งจะมาปรับเปลี่ยน ในภายหลัง โดยก่อนหน้านี้ มีชื่อว่าสโมสร นิวตันฮีท โดยเริ่มจาก การพูดคุยกัน ตอนทานอาหารมื้อค่ำ ของพนักงานรถไฟ สายแลงคาเชียร์ แอนด์ ยอร์คเชียร์ ที่มีความคิดว่า อยากจะสร้างทีมฟุตบอล

และตระเวนแข่งขัน ตามแถบเมือง นอร์ธกราวนด์ โดยสนามฟุตบอลที่ พวกเขาใช้ซ้อมกันนั้น ก็ทำจากการใช้ รางรถไฟเป็นตัว เส้นแบ่งเขตสนาม โดยชุดแข่งเริ่มแรก ที่พวกเขาส่วมใส่กัน ก็จะเป็นเสื้อเขียว-เหลือง ส่วนกางเกงจะเป็นสีดำ โดยทีมที่ลงแข่งกับ พวกเขาในแถบนั้น ก็แพ้ทีมนิวตันฮีท แบบสกอร์ขาดกระจุย

จนในปี 1885 ก็ได้ทำการติดต่อ กับการรถไฟ เพื่อที่จะก่อตั้งทีม และเปลี่ยนชื่อเป็น นิวตัน ฮีท ฟุตบอลคลับ โดยผลงานชิ้นแรก ของพวกเขาก็คือ การคว้าแชมป์ แมนเชสเตอร์ คัพ มาครองและก็เป็น ถ้วยใบแรกของทีมอีกด้วย และในช่วงนั้น สโมสรนิวตันฮีท ก็มีการเงินที่ย่ำแย่

และในปี 1902 สโมสรนิวตันฮีท เป็นหนี้ถึง 2,670 ปอนด์ จึงถูกฟ้องล้มละลาย และจุดพลิกผัน ก็ได้เริ่มเกิดขึ้นเมื่อ จอห์น เฮนรี่ เดวี่ส์ ผู้อำนวยการบริษัทเบียร์ ได้เข้ามาซื้อหุ้น ของสโมสรนิวตันฮีท และเปลี่ยนกรรมการ บริหารชุดใหม่ทั้งหมด และยังได้เปลี่ยน ชื่อสโมสรนิวตัน ฮีท

มาเป็นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยเปลี่ยนสีเสื้อมาเป็น สีแดงและกางเกงขาสั้นสีขาว และอีก 6 ปีต่อมา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก็สามารถคว้าแชมป์ ฟุตบอลลีกเป็นครั้งแรก ในฤดูกาล 1907-1908 และฤดูกาลต่อมา พวกเขาก็สามารถคว้าแชมป์ เอฟเอคัพได้สำเร็จอีกด้วย

จากความสำเร็จนี้ ทำให้จอห์น เฮนรี่ เดวี่ส์ คิดที่จะย้าย สโมสรจากเดิมที่ตั้งอยู่ในแบ๊งค์สตรีท และย้ายไปอยู่ที่ย่าน โอลด์แทรฟฟอร์ด และเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1910 สนามฟุตบอล โอลด์แทรฟฟอร์ด ก็ได้ถูกเปิดใช้ เป็นครั้งแรก และนี่ก็เป็นเรื่องราว ความเป็นมาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทีมแมนยู นักเตะที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น นักเตะดีที่สุด ของสโมสรแมนยู เป็นใครกันบ้าง?

สำหรับนักเตะ ของแมนยูนั้น หลายคนก็ อาจจะรู้จักกันดี หรือบางคนก็ อาจจะไม่รู้จัก เราจะขอหยิบยก นักเตะบางคน ที่ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นนักเตะที่ดีที่สุด ของสโมสรและเป็นที่รัก ของเหล่าแฟนบอลอีกด้วย ซึ่งสโมสรแมนยู ก็ได้สร้างนักเตะดีๆ ไว้มากมายทั้งในลีคอังกฤษ และในระดับยุโรป

ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล หรือที่หลายคน เคยเรียกเขาว่า ยักษ์เดนส์ เพราะเขานั้นเป็น ผู้รักษาประตูระดับตำนาน ที่ฝากผลงาน ลีลาการเซฟ ที่ยังติดตาตึงใจ ของแฟนแมนยู ไว้อย่างมากมาย และยังเป็นที่รัก ของแฟนบอลด้วย และในปี 1999 เขายังได้ส่วม ปอกแขนกัปตัน นำทีมปีศาจแดง และสามารถโค่นล้ม

เจ้ายุโรปอย่างบาเยิร์น มิวนิค ได้อีกด้วย โดยที่เขา ลงเฝ้าเสาไปที่งหมด 292 นัด และมี 8 ซีซั่นที่น่าจดจำในถิ่น โอลด์ แฟร็ดฟอร์ด ก่อนที่เขาจะย้าย ไปอยู่กับทีมคู่อริรวมเมือง อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้

เดวิด เบ็คแฮม กลายเป็นหนึ่ง ในผู้เล่นที่มีชื่อเสียงที่สุด ในวงการลูกหนังโลก หลังจากที่เขาสามารถ ทำผลงานได้อย่างเกิดคาด และเป็นที่ประทับใจ ในระดับเยาวชนของ ปีศาจแดง และก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็น กำลังสำคัญ ของทีมชุดใหญ่ เป็นเวลาถึง 11 ปี ซึ่งเป็นยุคที่ ประสบความสำเร็จ มากที่สุดของสโมสร

โดยทีเด็ดของเบ็คแฮม ก็คือลูกยิงฟรีคิก ที่ถือได้ว่าอันตรายสุดๆ และการเปิดบอลที่แม่นยำ จนได้รับฉายาว่า เท้าช่างทอง เลยทีเดียว

ทีมแมนยู ใครคือสุดยอด ผู้จัดการทีม ของสโมสรแมนยู ที่สร้างชื่อเสียงให้กับสโมสร มาอย่างนับไม่ถ้วน ?

ชายผู้นี้คือบุคคล ในประวัติศาสตร์ ของวงการลูกหนังโลก เลยก็ว่าได้ ชายผู้นี้ก็คือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม ที่ประสบความสำเร็จ มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ฟุตบอลอังกฤษ โดยเขานำทัพขุนพล ปีศาจแดงคว้าแชมป์ มาครองได้เกือบ 40 รายการ รวมถึงพรีเมียร์ลีกอีก 13 สมัยด้วย

เฟอร์กูสันได้ ก้าวเข้ามายังโอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 1986 หลังจากที่ รอน แอตกินสัน ถูกไล่ออกจาก ตำแหน่งผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ทำให้เฟอร์กูสัน ได้เข้ามารับตำแหน่งนี้ ต่อในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด โดยทันที ในช่วงแรกทีเขา เข้ามาคุมทีมนั้น

ก็ไม้ได้รับการสนับสนุน จากแฟนบอลดีนัก และผลงานของทีม ก็ไม่ดีขึ้นด้วย จนเขาเกือบโดนไล่ออก แต่สุดท้ายแล้วในตอนนั้น เขาก็สามารถพาแมนยู คว้าแชมป์ FA CUP ได้สำเร็จถือว่าเป็น ถ้วยใบแรกในการคุมทีมของเขาด้วย และนั่นก็เป็นจุดเปลี่ยน ของชีวิตเขา

จนกระทั้งมาถึง แชมป์ลีกที่พวกเขา รอคอยกันมา 26 ปี โดยแชมป์ลีกนั้น ลิเวอร์พูลครองแชมป์ มาโดยตลอด จนในฤดูกาล 1992-93 สิ่งที่แฟนบอล รอคอยกันมานาน ก็สิ้นสุดลงเสียที ทีเมื่อทีมปีศาจแดง สามารถคว้าแชมป์ลีก มาครองได้สำเร็จ โดยได้รับอิมแพ็คมาจาก

การย้ายเข้ามาของ เอริค คันโตน่า ด้วยค่าตัว 1 ล้านปอนด์ ที่ได้เข้ามายกระดับ ทีมแมนยูอย่างเห็นได้ชัด จนแมนยูนั้น สามารถเบียดแอสตัน วิลล่า และคว้าอันดับที่ 1 ของแชมป์ลีก มาครองได้สำเร็จ แต่ปัจจุบันนี้ เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน ก็ได้วางมือไปเรียบร้อยแล้ว

หลังจบฤดูกาล 2012/13 โดยเป็นการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกส่งท้าย และสามารถทิ้งคะแนน ห่างจากทีมคู่อริรวมเมือง ไปได้ถึง 13 คะะแนน ถือว่าเป็นการปิดฉาก การคุมทีมแบบสมบูรณ์

เหตุการณ์โศกนาฏกรรม ที่สร้างความช็อคให้กับ สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

นั่นก็คือ โศกนาฏกรรมมิวนิก ที่เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1958 โดยเหตุการณ์ เกิดขึ้นหลังจาก ที่พวกเขาบินกลับ จากการแข่งขัน กับเรดสตาร์เบลเกรด ในเกมยูโรเปียนคัพ เครื่องบินของพวกเขา ก็ได้แวะจอดเติมน้ำมัน ในเมืองมิวนิค และพยามที่จะขึ้นบิน ท่ามกลางพายุหิมะ

ซึ่งนักบินก็ได้ล้มเลิก การขึ้นบินกลางคันไปแล้วถึง 2 ครั้ง และความพยายาม ในครั้งที่ 3 ที่จะขึ้นบินนี่แหละ ทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้น เครื่องบินของพวกเขา วิ่งลื่นไถลออกนอกรันเวย์ ไปชนกับรั้วสนามบิน จนเกิดการระเบิดขึ้น ทำให้ผู้โดยสาร 21 รายได้เสียชีวิตลงทันที หลังเกิดเหตุระเบิด

และมีนักเตะอีก 8 คน เจ้าหน้าที่อีก 3 คน ของสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเสียชีวิต จากอุบัติเหตุ เครื่องบินระเบิดที่มิวนิค ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีผู้เสียชีวิต รวมทั้งหมด จากเหตุการณ์นี้ทั้งหมด 23 ราย กัปตันผู้บังคับเครื่องบิน เสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บ ในไม่กี่สัปดาห์ต่อมา

ส่วนดันแคน เอ็ดเวิร์ด หนึ่งในนักเตะแมนยู ก็เสียชีวิตลง หลังเกิดเหตุได้ 15 วัน ที่โรงพยาบาล ขณะที่ แมตต์ บัสบี ผู้จัดการทีมและ เซอร์บ็อบบี ชาร์ลตัน ซึ่งตอนนั้น อายุเพียงแค่ 20 ปีเท่านั้น สามารถเอาชีวิตรอด จากเหตุการณ์ครั้งนั้นมาได้ และก็ยังมีส่วนสำคัญ ในการพาทีม กลับสู่ความสำเร็จครั้งใหญ่ ในการสร้างทีมใหม่ ขึ้นมาอีกครั้ง และสามารถคว้าถ้วยยูโรเปียนคัพ มาครองได้สำเร็จในอีก 10 ปีต่อมา

การคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ ที่ยิ่งใหญ่และดราม่าที่สุด ในประวัติศาสตร์สโมสร

โดยเริ่มจาก แชมป์แรกอย่าง พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ที่ในตอนนั้น เเมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีกุนซืออย่าง เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ที่สามารถคว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก แซงหน้าอาร์เซนอล ที่มีกุนซืออย่าง อาร์เซน เวนเกอร์ ไปเพียงเเค่ 1 คะแนนเท่านั้น แถมยังทำลายสถิติไร้พ่าย ของอาร์เซน่อลอีกด้วย

ส่วนถ้วยเอฟเอ คัพนั้น ก็เข้าไปชิงกับ นิวคาสเซิ่ล และก็เป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สามารถเอาชนะไปได้ 2-0 ทำให้ตอนนี้ เเมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มี 2 แชมป์อยู่ในมือ ทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีก และ แชมป์เอฟเอ คัพ ก่อนที่จะ ไปพบกับ บาเยิร์น มิวนิค ที่ แคมป์นู ในบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน

ซึ่งเป็นเกมส์ที่ สร้างปาฏิหารย์ จากการทดวลา โกงความตาย จากเชอริงแฮม ที่ยิงตีเสมอ 1-1 เพื่อยื้อชีวิต และประตูปาฏิหาริย์ ก็เกิดขึ้นในวินาทีสุดท้าย จากลูกเตะมุมของ เดวิด เบ็คแฮม ที่บอลโด่งมาเข้าทาง ให้เชอริงแฮมกระโดดโหม่ง ก่อนที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

จะยืนเท้า เปลี่ยนทางบอลเข้าประตู ทำให้แมนยูนั้น สามารถเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค 2-1 และสามารถคว้า แชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีค มาครองได้สำเร็จ ซึ่งถึอว่า เป็นยุคทอง ของแมนยูเลยก็ว่าได้ ที่สามารถคว้า ทริปเบิ้ลเเชมป์ และเป็นทีมเเรก ในเกาะอังกฤษ ที่สามารถทำได้อีกด้วย

ข้อมูลนักบอล